Movie

การรีบูท Harry Potter เป็นซีรีส์โดนกระแสตีกลับจากผลพวงของการกระทำในอดีตจาก JK.Rowling

     กลับมาให้แฟนๆ หายคิดถึงอีกครั้งกับภาพยนตร์เฟรนไชส์ขึ้นหิ้งอย่างแฮรี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) ที่จะถูกนำมารีบูทเป็นซีรีส์โทรทัศน์ แต่ทว่าเสียงตอบรับจากแฟนคลับกลับแตกเป็นสองฝั่ง ซึ่งหนึ่งเรื่องดราม่าที่วนเวียนอยู่กับทุกสิ่งที่เกี่ยวกับภาพยนตร์พ่อมดนี้คือผลพวงของการกระทำจากนักเขียนเจ้าของผลงาน JK.Rowling

 

 โปสเตอร์ภาพยนตร์ Harry Potter and the Philosopher's Stone

ภาพ: Warner Bros.

แฮรี่ พอตเตอร์ รูปแบบซีรีส์ 

      Warner Bros. ได้ประกาศว่าภาพยนตร์ยอดฮิตจะถูกนำมาทำใหม่ในรูปแบบซีรีส์ โดยเนื้อหาจะเป็นการรวมเอาทั้ง 7 ภาคมาเรียบเรียงใหม่และฉายทาง HBO Max ซึ่งเราอาจได้ดูรายละเอียดเนื้อหาและเรื่องราวในส่วนอื่นๆ ที่มีในหนังสือต้นฉบับแต่ไม่ได้ถูกเล่าในฉบับภาพยนตร์อีกด้วย ส่วนนักแสดงในเรื่องจะมีการแคสใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ส่วนนักแสดงจากฉบับภาพยนตร์จะมาร่วมแจมหรือไม่นั้นยังไม่ถูกเปิดเผยจากทางค่ายผู้ผลิต

 

 ภาพ: Getty Images

JK.Rowling กับการต่อต้าน LGBTQ+ 

     แม้การรีบูทแฮรี่พอตเตอร์เป็นซีรีส์จะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นของเหล่าแฟนๆ ทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมาทุกอย่างที่เกี่ยวกับหนังดังขึ้นหิ้งเรื่องนี้กลับถูกต่อต้านอย่างหนัก ตัวอย่างที่ชัดเจนล่าสุดคือกระแสแบนเกม ‘Hogwarts Legacy’ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากการกระทำของ JK.Rowling นักเขียนเจ้าของผลงานที่มีมุมมองต่อต้านการขับเคลื่อนของกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ 

โปสเตอร์เกม Hogwarts Legacy 

     จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อเธอไปกดไลก์โพสต์หนึ่งในทวิตเตอร์ที่มีเนื้อหาเปรียบเทียบทรานส์เจนเดอร์เหมือนกับผู้ชายที่แต่งตัวในชุดผู้หญิง ซึ่งในเวลานั้นมีการแถลงว่าเป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ทว่าหลังจากนั้นมาเธอเริ่มทวีตข้อความที่มีเนื้อหาไม่เห็นด้วยกับการขับเคลื่อนของกลุ่มคนข้ามเพศโดยเฉพาะทรานส์เจนเดอร์บ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งหนึ่งประเด็นที่เป็นเรื่องใหญ่คือการที่เธอไม่เห็นด้วยกับการให้ทรานส์เจนเดอร์เข้าห้องน้ำหญิง เพราะเธอมองว่าเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงและอาจเป็นโอกาสของ ‘ผู้ชาย’ คนไหนก็ได้ที่อยากเข้ามาในห้องน้ำหญิง และมุมมองกับเรื่องการบำบัดโดยการให้ฮอร์โมนอย่างถูกวิธีกับบุคคลข้ามเพศว่าเป็นวิธีบำบัดเพื่อให้เกิดการผ่าตัดแปลงเพศของเยาวชนที่เป็นเกย์ (หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นการบำบัดเพื่อเปลี่ยนเกย์ให้เป็นทรานส์เจนเดอร์) ซึ่งความจริงแล้วเป้าหมายของการให้ฮอร์โมน คือเพื่อความปลอดภัยทางสุขภาพของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศเท่านั้น ทุกคนยังมีสิทธิเลือกใช้ฮอร์โมนเองได้โดยไร้ซึ่งการบังคับ

 


WATCH





     แม้ว่านักเขียนเจ้าของผลงานแฮรี่พอตเตอร์จะเคยเขียนเรียงความยาวหลายหน้ากระดาษเพื่ออธิบายความคิดเห็นส่วนตัวของเธอกับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เรื่องราวก็ยังคงไม่ดีขึ้น และกระแสต่อต้านทั้งเจ้าตัวและผลงานที่เกี่ยวข้องยังคงตามหลอกหลอนเธอไปเรื่อยๆ ซึ่งในฐานะของมนุษย์ที่ใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมภายใต้กฎหมายแล้ว การแสดงความคิดเห็นไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด แต่เมื่อไรที่ความคิดเห็นนั้นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือการเกลียดชังก็ย่อมมีเสียงสะท้อนกลับมาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นคือการเป็นความคิดเห็นจาก ‘คนดัง’ ก็อาจทวีคุณจนเกิดเป็นกระแสตีกลับในทางลบอย่างยาวนานเช่นเดียวกับที่กำลังเกิดขึ้นนี้ 

      
              

WATCH