fbpx

รวม 9 สถานที่เที่ยวธรรมชาติบำบัด ดีต่อสุขภาพกาย สบายต่อสุขภาพจิต

ปัจจุบันคนเมืองกรุงนั้นขลุกอยู่แต่กับการทำงาน ปัญหาต่างๆ ความวุ่นวาย อากาศที่ไม่ดี อุดอู้อยู่แต่สภาพแวดล้อมเดิมๆ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาหลายอย่าง ด้วยเหตุนี้จึงได้มีแนวคิดที่เรียกว่า ธรรมชาติบำบัด ขึ้นมา คือ การได้ออกไปนอกบ้าน ออกไปเจอกับธรรมชาติ ให้ได้บำบัดสุขภาพกายและจิตใจ เติมเต็มพลังให้พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ ธรรมชาติบำบัด ประโยชน์ที่ได้รับ และสถานที่เที่ยวธรรมชาติบำบัดที่ห้ามพลาด

ธรรมชาติบำบัด คืออะไร

ธรรมชาติบำบัด คืออะไร

ธรรมชาติบำบัด คือ การนำธรรมชาติมาดูแลรักษาสุขภาพกายและใจ ให้อยู่ในสภาพสมดุลไม่เกิดโรคร้ายหรือป่วยไข้ตามมา ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ เพราะการที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องที่อุดอู้ ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ห่างไกลธรรมชาติ กินอาหารที่มีสารปนเปื้อน พักผ่อนไม่พอ สูดดมแต่มลภาวะก็ย่อมทำให้เกิดโรคได้ การใช้ธรรมชาติบำบัดนั้น คือการพาตัวเองออกไปข้างนอก รับรู้ธรรมชาติผ่านรูป รส กลิ่น เสียง หรือเป็นการพักผ่อน ในรูปแบบการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติก็ย่อมได้เช่นกัน ซึ่งการใช้ธรรมชาติบำบัดถือเป็นทางเลือกในการรักษาสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ด้วย และนักปรัชญาด้วย เพราะเป็นการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก โดยใช้หลักปรัชญามากกว่าการใช้แพทย์โดยตรง 

ประเภทของธรรมชาติบำบัด

ประเภทของธรรมชาติบำบัด

การใช้ธรรมชาติบำบัดคือการกลับไปหาธรรมชาติ ให้ธรรมชาติช่วยเยียวยารักษาจิตใจและร่างกายให้สมดุล อันจะช่วยลดความเครียด ความกังวล ลดความดัน ลดการเกิดโรคให้กับตัวเองได้ ซึ่งประเภทของธรรมชาติบำบัดมีหลายแบบเพราะธรรมชาติคือสิ่งที่เกิดขึ้นรายล้อมรอบตัวสภาพดิน ฟ้า อากาศ ป่าไม้ พืชผัก ซึ่งแล้วแต่ว่าจะหยิบส่วนไหนมาใช้บำบัดเยียวยาสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเรา การใช้ธรรมชาติบำบัดนั้น สามารถทำได้โดยแพทย์ธรรมชาติบำบัด หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แต่เราเองก็สามารถทำได้ง่ายๆ เบื้องต้น ดังนี้

การกินอาหาร

การดูแลเรื่องอาหารการกินปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีความสอดคล้องกับธรรมชาติเพื่อบำบัดสุขภาพ ที่ดีจากภายใน โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เข้าร่างกายนั้นทำได้ง่ายๆ จากการกินอาหารที่มีประโยชน์มาจากธรรมชาติอย่าง สมุนไพร ผัก ผลไม้สดที่สามารถกินได้ทันที ลดอาหารแปรรูป เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดโรคแล้วยังส่งผลดีต่อรูปร่างด้วย

การสัมผัส

การสัมผัสไม่ใช่แค่การจับสัมผัสด้วยมือเท่านั้น แต่สามารถสัมผัสด้วยตาและใจ การเอาตัวออกไปจากสถานที่เดิมๆ ไปสัมผัสธรรมชาติให้บำบัดจากสิ่งที่ต้องพบเจอมาแต่ละวันจะช่วยได้มากทั้งลดความเครียด ลดความวิตกกังวล ลดความก้าวร้าว ลดความเสี่ยงโรคอ้วนได้ด้วย อย่างการออกไปท่องเที่ยวสถานที่ธรรมชาติ เจอป่า เขา ต้นไม้ ทะเล น้ำตก อากาศที่บริสุทธิ์ จะทำให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การรับกลิ่น

การหายใจเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลา แต่การสูดรับกลิ่นจากธรรมชาติเพื่อบําบัดเป็นวิธีการที่ต้องเคลื่อนย้ายตัวเองจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ที่อุดอู้อย่างห้องนอน ที่ทำงาน ในเมืองใหญ่ ออกไปเจอกับอากาศธรรมชาติ รับกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า กลิ่นดอกไม้ หลบออกมาจากอากาศที่เป็นพิษสักพัก มารับกลิ่นที่บริสุทธิ์จากธรรมชาติเพื่อช่วยบำบัดโรค เพราะกลิ่นจากธรรมชาติบางกลิ่นสามารถลดความดันในเลือด ทำให้อารมณ์ดี ลดความเครียด ต้านเชื้อไวรัสบางชนิดได้

การได้ยินเสียง

มลภาวะทางเสียงที่ได้ยินอยู่ทุกวันไม่ว่าจะเสียงการจราจร เสียงจากโทรทัศน์ เสียงคนพูดคุย ล้วนเป็นเสียงที่ได้ฟังทุกวัน ส่งผลต่อหัวใจและความสามารถทางการได้ยิน รวมไปถึงสุขภาพที่ทำให้เป็นคนโมโหง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ ได้ยินลดลง ดังนั้นการรับเสียงธรรมชาติบำบัดจะทำให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความเมื่อยล้า ปรับสุขภาพจิตให้ดีขึ้นได้ อย่างการออกไปฟังเสียงจากธรรมชาติ เสียงลม เสียงนก หรืออาจจะเสิร์ชหาฟังเสียงฝนตกเพื่อผ่อนคลายตัวเองเพิ่มสมาธิก็ย่อมได้

การพักผ่อน

การผักผ่อนคือ การกลับมาอยู่กับตัวเองไม่ต้องคิดอะไรทำจิตใจให้สงบผ่อนคลาย ซึ่งมีทั้งการนอนหลับให้ได้ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมอย่างมีประสิทธิภาพ สภาพแวดล้อมต้องเงียบสงบไม่มีเสียงและแสงสว่างรบกวน นอกจากนี้การนั่งกินลมชมวิวอย่างไปทะเล ชมป่าไม้ ออกไปเที่ยวในสถานที่ธรรมชาติให้บำบัดก็ถือเป็นการพักผ่อนในรูปแบบหนึ่งเช่นเดียวกัน 

ประโยชน์ของธรรมชาติบำบัด

ประโยชน์ของธรรมชาติบำบัด

ประโยชน์ของการใช้ธรรมชาติบำบัดนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก เช่น

  • ช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์
  • ผ่อนคลายความตึงเครียด
  • ลดความวิตกกังวล เพิ่มสมาธิ
  • ความดันเลือดต่ำลง
  • ร่างกายมีความสมดุล

การใช้ธรรมชาติบำบัดนั้นเหมาะกับ

  • ผู้ป่วยโรคทั่วไปเช่น โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน
  • มีอาการปวดหัวบ่อย
  • มีอาการเมื่อยล้าเรื้อรัง
  • บุคคลทั่วไปที่อยากให้สุขภาพแข็งแรงก็ใช้ธรรมชาติบำบัดได้เช่นกัน

รวม 9 ที่เที่ยวธรรมชาติบำบัดที่ห้ามพลาด

รวม 9 ที่เที่ยวธรรมชาติบำบัดที่ห้ามพลาด

คงจะดีไม่น้อยหากได้ออกมาจากสภาพบรรยากาศเดิมๆ มาพักผ่อนให้ธรรมชาติได้บำบัดจิตใจ เป็นการพักกายพักใจพร้อมเริ่มต้นใหม่ให้สดกว่าเดิม 

1. เส้นทางศึกษาธรรมชาติทุ่งโปรงทอง ระยอง

แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีสะพานไม้ทางเดินยาวกว่า 2 กิโลเมตร ไม่ว่าจะมองทางใด ก็ล้อมรอบด้วยทุ่งโปร่งสีทองในระหว่างทางสามารถศึกษาธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ชมวิวได้ 360 องศา เลยทีเดียว อากาศเย็นสบายมีสายลมอ่อนๆ เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติบำบัดที่ต้องไปให้ได้ เพราะมีทั้งความสวยงามของธรรมชาติ ป่าโกงกาง ไม้ริมชายฝั่ง ป่าชายเลนผืนใหญ่ของจังหวัดระยองให้ได้ศึกษาและท่องเที่ยวพักผ่อน ถือเป็นสถานที่เที่ยวธรรมชาติที่บำบัดจิตใจได้เป็นอย่างดี

  • ที่อยู่ : ตำบล ปากน้ำกระแส อำเภอแกลง ระยอง 21170
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/Vx3AAeX4F4wXZxBu7
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 6.00-18.00น.

2. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น กาญจนบุรี

ให้ธรรมชาติได้บำบัดจิตใจด้วยการไปฟังเสียงธรรมชาติ นกนานาพรรณ น้ำตกสวยๆ ไหลผ่านลดหลั่นกันลงมาในแต่ละชั้นที่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ท่ามกลางการเดินทางผ่านน้ำตกแต่ละชั้นย่อมทำให้จิตใจสงบสุข สดชื่น ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาชนิด เป็นน้ำตกที่อยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์มี 7 ชั้น โดยสามารถลงเล่นน้ำได้ตั้งแต่ชั้นที่ 1-3 อีกทั้งยังสามารถเดินป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติได้อีกด้วย

  • ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ตำบล แม่กระบุง อำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี 71250
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/SKfJNCsYwWZAscz89
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 7.30-16.00 น.

3. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพชรบุรี

ที่เที่ยวธรรมชาติยอดฮิตตลอดกาลอย่าง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเที่ยวพักผ่อนให้ธรรมชาติที่ได้บำบัดสุดๆ เพราะแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศดี จุดเด่นที่ไปแล้วต้องถ่ายรูปกันทุกคนคือ บริเวณสะพานไม้แขวนที่ทอดยาวเหนือน้ำ สามารถนั่งห้อยขารับลมชมวิวแนวเขารอบๆ ได้อย่างสบาย กิจกรรมยังมีให้ได้ทำอย่างมากมายไม่ว่าจะเป้นการศึกษาเส้นทางธรรมชาติ เดินป่า ล่องแก่ง เที่ยวน้ำตก ดูดาว ฯ นอกจากนี้ยังกางเต็นท์บริเวณริมน้ำให้ได้พักผ่อนสูดอากาศดีๆ ให้ร่างกายได้รับการเยียวยาจากธรรมชาติอย่างเต็มที่

  • ที่อยู่ : ตำบล แก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน เพชรบุรี 76170
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/sCZAS582HhQvX28e6
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 6.00-18.00น.

4. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา

4. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา

สถานที่ยอดฮิตใกล้กรุงเทพอย่าง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมาเรียกได้ว่าเหมาะกับคนที่รักธรรมชาติและพร้อมที่จะไปให้ธรรมชาติบำบัดสุดๆ เพราะไม่ว่าจะฤดูไหนก็สามารถตกหลุมรักไปกับความสวยงามในธรรมชาติที่รายล้อมไปทั้งภูเขา ป่าไม้ วิถีชีวิตธรรมชาติของสัตว์ป่า ทุ่งหญ้าเขียวขจี และที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก ทั้งเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ส่องสัตว์ ดูนก ดูดาว อีกทั้งถ้ามาเขาใหญ่ต้องไม่พลาดที่จะแวะมาที่แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท เพราะมีสถานที่พักสไตล์ยุโรปพร้อมสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติให้ได้พักผ่อน และกิจกรรมธรรมชาติบำบัดมากมายให้ได้เข้าร่วม

  • ที่อยู่ : ตำบลหมู่สี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/yaGepgmESmVq7A3X6
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 6.00-18.00น.

5. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน อ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรีที่เมื่อเดินเลาะไปลอดอุโมงค์ต้นไม้จะเจอกับจุดเด่นอย่างหอชมนก สะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวได้ไปถ่ายรูป พบกับแนวป่าชายเลนที่ร่มรื่น และอ่าวคุ้งกระเบนที่กว้างไกลมีสายลมเย็นสบายพัดมาตลอดเวลาให้ธรรมชาติได้บำบัดกายและใจ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศธรรมชาติที่รายล้อมทั้งทะเล ป่าชายเลน สายลม และแสงแดด

  • ที่อยู่ : 31 หมู่ 4 ตำบล คลองขุด อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี 22120
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/wfZDHAV7saDfsM1t9
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 8.30-15.30 น.

6. เขาช้างเผือก กาญจนบุรี

เอาใจสายลุยชอบผจญภัยกับ เขาช้างเผือก จังหวัดกาญจนบุรี ที่เปิดให้เที่ยวได้ปีละครั้งเท่านั้น ในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ บนอุทยานแห่งชาติที่เขียวชอุ่ม ส่วนกิจกรรมปีนผ่าปีนเขาก็หายห่วงเพราะเป็นเส้นทางที่มีการควบคุมและต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไปด้วยตลอดเส้นทาง พบกับมิตรภาพใหม่ๆ ที่ร่วมเดินทาง อยู่ท่ามกลางป่าเขาที่สวยงาม ให้ธรรมชาติได้บำบัดจากวิถีชีวิตประจำที่น่าเบื่อ มาพิชิตภูเขาช้างเผือกสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ กัน

  • ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตำบล ปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ กาญจนบุรี 71180
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/KWR8ze4YrFAHP7MS9 
  • เวลาทำการ : เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี โดยติดต่อกับอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

7. น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

7. น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

พลาดไม่ได้กับน้ำตกชื่อดังของจังหวัดกาญจนบุรี อย่างน้ำตกเอราวัณสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบำบัดชื่อดัง ที่มีเอกลักษณ์อย่างน้ำตกสีเขียวมรกต ที่แบ่งเป็น 7 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นนั้นสามารถลงเล่นน้ำได้และมีความสวยงามที่ไม่แพ้กันเลย นอกจากจะสามารถเล่นน้ำได้แล้วยังสามารถศึกษาเส้นทางธรรมชาติผ่านป่าดิบเขาระหว่างทางเข้ามาได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการมาพักผ่อนที่ชุ่มฉ่ำไปทั้งตัวและหัวใจ

  • ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตำบล ท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี 71250
  • พิกัด :https://goo.gl/maps/L97NtYn3bkHfPypk6
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 7.30-16.00 น.

8. เกาะแสมสาร ชลบุรี

ที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบำบัดใกล้กรุงเทพอย่างเกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี เหมาะแก่ผู้ที่ชอบทะเลเป็นอย่างมากเพราะครบทั้งหาดสวย น้ำใส สามารถลงเล่นน้ำได้ทั้ง 2 หาด คือ หาดเทียนและหาดลูกลม อีกทั้งยังดำน้ำดูปะการังสัมผัสใกล้ชิดกับฝูงปลานานาชนิด หรือนั่งเรือท้องกระจกชมความงามใต้ท้องทะเลได้ด้วย

  • ที่อยู่ : สำนักงานกิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ทัพเรือภาคที่ 1 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/2emk5XVY4pUVuabm9
  • เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น.

9. เส้นทางศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า สระบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบําบัดแหล่งสุดท้ายที่อยากแนะนำให้รู้จักคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า จังหวัดสระบุรี ที่เหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนใจและกายเป็นอย่างมาก สามารถกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำ บรรยากาศล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ทุ่งหญ้าสีเขียว และภูเขาที่งดงาม มีกิจกรรมหลายอย่างให้ได้ทำไม่ว่าจะเป็นการเดินทางศึกษาธรรมชาติ เดินป่า ปั่นจักรยาน หรือนั่งกินลมอยู่ริมอ่างเก็บน้ำให้ธรรมชาติ บำบัดจิตใจก็ดีไม่น้อย

  • ที่อยู่ : ตำบล ท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย สระบุรี 18180
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/YnNMumGwfwVRWFUo7
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 8.00-20.00 น.

สรุป

ธรรมชาติบําบัด คือ การดูแลรักษากายใจด้วยหลักธรรมชาติ เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนที่มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยเรื้อรัง มีความเครียดสะสม อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย โดยวิธีการสามารถทำได้ง่ายๆ โดยกินอาหารที่ลดการปรุงแต่ง เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม อย่างธรรมชาติให้ธรรมชาติช่วยบำบัดจิตใจและร่างกายของเราได้ชาร์จพลัง พร้อมกลับมาทำงานได้อีกครั้ง